vobnedir

ตลาดหลักทรัพย์เผย หุ้นไหนจะรุ่ง หุ้นไหนจะร่วง ในปี 2017

เข้าสู่ปี 2017 เดินทางเข้าสู่ปีใหม่ เศรษฐกิจใหม่และไตรมาสแรกแห่งปี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดตัวด้วยความคึกคักและอยู่ในสภาวะที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการผันผวนและผลกระทบอยู่บ้างจากการเปลี่ยนผู้นำใหม่ของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาที่มาพร้อมกับนโยบายอันค่อนข้างจะแหกคอกไปเสียหน่อย ที่อาจส่งผลกระทบทั้งเศรษฐกิจการเมืองและความมั่นคงไปทั่วโลก แต่ประเทศไทยของเราแม้จะเซไปบ้างแต่ก็มีการประคับประคองตัวที่ดีไปได้เพราะภาวะการเมืองในประเทศที่มั่นคงขึ้น

stock-market-speed

ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เผยรายชื่อของกลุ่มบริษัทที่น่าลงทุนในปีนี้ออกมา ให้นักลงทุนทั้งหลายได้พิจารณาและเข้าครอบครองเพื่อสร้างเม็ดเงิน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสถาบันการเงินและกลุ่มพลังงาน กลุ่มสถาบันการเงินนั้นดูแล้วน่าจะมีศักยภาพไปในทางที่ดีที่สุดในบรรดาหุ้นทั้งหลาย เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ ทิสโก้ เป็นต้น เพราะเมื่อดูตามค่า P/E แล้วมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9-10 เท่า ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับที่ผ่านมาถือว่ามีการปรับตัวราคาต่ำลงมาก อีกทั้งกระแสเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีภาวะกระเตื้องขึ้น ส่งผลให้สถาบันการเงินของไทยก็ดีขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้นั้นผ่อนความตึงเครียดลง ดอกเบี้ยรายรับมีระดับที่สูงขึ้น ในส่วนของกลุ่มพลังงานนั้น หลังจากที่อยู่ในภาวะซบเซาจนถึงขั้นต่ำสุดจากที่ผ่านมา ช่วงนี้มีภาวะเงินเฟ้อขาขึ้นซึ่งหุ้นกลุ่มนี้จะมีการตอบสนองสภาวะทางการเงินแบบนี้ได้เป็นอย่างดี ทำให้มีการขยับตัวมากขึ้นนั่นเอง

Stock-Image-mar
นอกจากทั้งสองกลุ่มใหญ่ที่น่าลงทุนแล้ว ยังมีกลุ่มอื่นที่จะได้รับอานิสงส์จากนโยบายภาครัฐที่มีการก่อสร้างทั้งสิ่งปลูกสร้างและเครือข่ายคมนาคม ก็คือกลุ่มธุรกิจทางการก่อสร้าง เช่น โฮมโปร ซีพีออล เป็นต้น อีกทั้งกลุ่มธุรกิจทางสถาปนิกและรับเหมาก่อสร้างก็จะได้รับผลประโยชน์เช่นเดียวกันโดยตรง ซึ่งรายชื่อของบริษัทที่ประมูลการก่อสร้างได้จากทางรัฐบาลก็คือ STEC และ CK

stock-top

อีกกลุ่มที่น่าจับตามองเนื่องจากกระแสลดโลกร้อน คือกลุ่มพลังงานทดแทน เช่น TPCH GUNKUL ก็น่าจับตามองเพราะรัฐบาลเองก็ให้การสนับสนุนและมีการปลุกกระแสให้มีการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มท่องเที่ยวและบริการก็น่าจับตามองเช่นกัน เพราะมีการเข้มงวดในการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญมากขึ้น คาดว่านักท่องเที่ยวน่าจะมีความมั่นใจและกลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เผยรายชื่อหุ้นที่มีความเสี่ยงและไม่น่าลงทุน ก็คือ กลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมาก

About the author: admin